
การทำ SEO กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google แบบยั่งยืน แต่คำถามใหญ่คือ “ควรทำ SEO ที่ไหนดี?” เพราะในตลาดมีทั้งฟรีแลนซ์ เอเจนซี่ ราคาถูก ราคาแพง และรูปแบบบริการที่หลากหลายจนเลือกไม่ถูก
บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น ด้วย 5 เกณฑ์สำคัญในการเลือกที่ทำ SEO ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด
1) ดูผลงานจริง ไม่ใช่คำโปรย
เอเจนซี่ที่ดีควรมี
-
ตัวอย่างเว็บลูกค้าที่เคยทำ
-
คีย์เวิร์ดที่เคยดันขึ้นหน้าแรก
-
เคสสตั๊ดดี้ก่อน–หลัง (Before–After)
ถ้าไม่มีหลักฐานใดๆ ให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะ SEO ที่ดีต้องพิสูจน์ได้ด้วยผลงานจริงเท่านั้น
2) เลือกทีมที่อธิบายได้ ไม่ใช่ทำงานแบบมืดบอด
เวลาเจอเอเจนซี่ที่พูดแต่ “เดี๋ยวจัดการให้” หรือ “เป็นเทคนิคลับ บอกไม่ได้”
→ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอาจมีการใช้วิธีเสี่ยง เช่น Spam link หรือ Black hat
ทีมที่ดีควร
-
อธิบายขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย
-
บอกได้ว่าจะทำ On-page / Off-page / Technical อะไรบ้าง
-
รายงานผลทุกเดือนอย่างโปร่งใส
3) อย่าดูแค่ราคา ให้ดูความคุ้มค่า
ราคาทำ SEO มีตั้งแต่ 5,000–100,000+ ต่อเดือน
แต่คำถามคือ “ได้อะไรกลับมาบ้าง?”
ให้ดูว่าแพ็กเกจ SEO มีอะไรให้
-
มีการทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ชไหม
-
มีการเขียนคอนเทนต์ให้หรือไม่
-
มีรายงานวัดผลแบบละเอียดหรือเปล่า
-
ลิงก์ที่ทำเป็นลิงก์คุณภาพจริงไหม (DR/Traffic)
ถูกแต่เสี่ยง = คุ้มตอนนี้ เสียทีหลัง
แพงแต่ได้ผลลัพธ์จริง = คุ้มในระยะยาว
4) มีทีมคอนเทนต์หรือไม่
SEO = เนื้อหาเป็นหัวใจ
หลายเอเจนซี่ทำแค่ลิงก์ แต่ไม่เขียนบทความเพิ่มให้ ซึ่งมักทำให้ผลลัพธ์ไม่ขึ้น
ทีมที่ดีควรมี
-
นักเขียนมืออาชีพ
-
บทความ SEO คุณภาพสูง
-
เขียนแบบที่สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณ
5) ต้องมีการรับประกันหรือ SLA
ไม่ได้หมายถึง “รับประกันอันดับจะขึ้น” เพราะไม่มีใครควบคุม Google ได้
แต่ควรมีการรับประกันในแง่
-
ส่งงานตาม Timeline
-
ส่งบทความตรงเวลา
-
รายงานผลทุกเดือน
-
โปร่งใสเรื่องลิงก์และงานที่ทำ
เอเจนซี่ที่ไม่มีอะไรรับประกันเลย = เสี่ยง
สรุป: ทำ SEO ที่ไหนดี?
ให้เลือกจาก 3 ปัจจัยหลัก
-
ผลงานพิสูจน์ได้
-
โปร่งใสในการทำงาน
-
มีทีมคอนเทนต์และวางกลยุทธ์ครบวงจร
ถ้าคุณเลือกถูกตั้งแต่แรก SEO จะพาธุรกิจเติบโตแบบประหยัดโปรโมชัน และสร้างผลลัพธ์ระยะยาวที่มั่นคงกว่าโฆษณาเสียอีก