
การทำ SEO (Search Engine Optimization) คือกระบวนการปรับเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลักการของ Google เพื่อให้คีย์เวิร์ดของเรามีโอกาสติดอันดับสูงขึ้น ยิ่งอยู่หน้าแรกก็ยิ่งได้ทราฟฟิกมากขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงินยิงโฆษณาตลอดเวลา ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทุกธุรกิจออนไลน์ควรให้ความสำคัญ
ทำไมต้องทำ SEO บน Google
-
เข้าถึงลูกค้าได้จริง เพราะกว่า 90% ของคนไทยค้นหาด้วย Google
-
ประหยัดค่าโฆษณา ไม่ต้องจ่าย Ads ทุกวัน
-
สร้างความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ที่ติดอันดับสูงมักถูกมองว่ามีความน่าเชื่อถือ
-
ผลลัพธ์ยาวนาน หากทำถูกต้อง อันดับมักคงอยู่ได้นานกว่าการยิง Ads
วิธีทำ SEO Google ให้มีผลจริง
1) วิเคราะห์คีย์เวิร์ดให้ถูกต้อง
เริ่มจากการเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้า/บริการ
ควรดู 3 อย่างประกอบ:
-
ปริมาณการค้นหา
-
ความยากของคีย์เวิร์ด
-
ความตั้งใจของผู้ค้นหา (Search Intent)
เครื่องมือแนะนำ: Google Keyword Planner, Ahrefs, Ubersuggest
2) ทำคอนเทนต์คุณภาพ (On-page SEO)
วิธีเขียนบทความให้ Google ชอบ:
-
เขียนให้ตอบคำถามของผู้ค้นหาให้ครบ
-
ใช้หัวข้อย่อย H1–H2–H3 ชัดเจน
-
ใส่คีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติ
-
ทำรูปภาพ อินโฟกราฟิก และใส่ Alt Text
-
ความยาวบทความ 800–2,000 คำตามความเหมาะสม
หลักใหญ่คือ “เขียนเพื่อคนอ่าน แต่จัดโครงสร้างให้ Google เข้าใจ”
3) ปรับโครงสร้างเว็บให้โหลดเร็ว (Technical SEO)
Google ให้คะแนนเว็บที่โหลดเร็วและใช้งานง่าย
สิ่งที่ควรทำ:
-
ลดขนาดรูปภาพ
-
ใช้ระบบแคช
-
ทำให้เว็บรองรับมือถือ (Mobile Friendly)
-
ตั้งค่า Sitemap + Robots.txt
-
ใช้โฮสติ้งคุณภาพดี
4) สร้าง Backlink คุณภาพ (Off-page SEO)
Backlink คือเว็บไซต์อื่นทำลิงก์มายังเว็บของเรา
ยิ่งลิงก์มาจากเว็บที่ดี Google จะยิ่งมองว่าเว็บไซต์เรามีคุณภาพ
ตัวอย่างการสร้าง Backlink:
-
ลงบทความ Guest Post
-
แชร์คอนเทนต์บน Social
-
ทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Brand Mentions)
-
ทำคอนเทนต์ที่คนอยากแชร์
5) อัปเดตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ
Google ชอบเว็บไซต์ที่มีความเคลื่อนไหว
ควรอัปเดตบทความเก่า เพิ่มข้อมูลใหม่ หรือเพิ่มรูปภาพทุก 3–6 เดือน
สรุป: SEO ไม่ยากแต่ต้องทำอย่างถูกต้อง
SEO ไม่ใช่อะไรที่เห็นผลทันทีเหมือนโฆษณา
แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว